การนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นสื่อเสริมในการเรียนคณิตศาสตร์
Using e-learning for supplementary instruction to learn Mathematics
รัฐวิชญ์ เกษรสิทธิ์, คณิตศาสตรศึกษา, มหาวิทยาลัยรามคำแหง
Rattawit Gasornsit, Mathematics Education, Ramkhamhaeng University

บทนำ
สังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทเป็นอย่างมากในการดาเนินชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามาช่วยในกระบวนการทางานาของมนุษย์ให้สามารถมีผลผลิตที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตในสังคมของมนุษย์เป็นอย่างมาก แต่เทคโนโลยีสารสนเทศนอกจากจะเปี่ยมล้นไปด้วยคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ แต่สามารถส่งผลเสียต่อมนุษย์ได้อย่างมากเช่นกัน หากผู้ใช้ไม่รู้จักแยกแยะการใช้ในทางที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องเหมาะสม ดังนั้นผู้ใช้จึงเป็นตัวแปรหลักที่จะเป็นสิ่งกาหนดผลของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไปในทางที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด

เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
ครรซิต มาลัยวงษ์กล่าวว่า“การใช้เทคโนโลยีสาหรับผู้ที่อยู่ในวงการศึกษา ก็คงจะเรียกว่าเทคโนโลยีทางการศึกษา ส่วนผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมอาจเรียกว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมองว่าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการใช้เทคโนโลยีลักษณะเดียวกัน แต่มีจุดมุ่งหมายแตกต่างกัน”[1]

เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาหมายถึงระบบการประยุกต์ผลิตกรรมทางวิทยาศาสตร์ (วัสดุ) และผลิตกรรมของวิศวกรรม (อุปกรณ์) โดยยึดหลักทางพฤติกรรมศาสตร์ (วิธีการ) มาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาทั้งในด้านบริหารด้านวิชาการ และด้านบริการ[2] ซึ่งระบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการศึกษาจะใช้เป็นสื่อการศึกษาในการทาหน้าเป็นตัวช่วยในการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนไปยังผู้เรียน เป็นรูปแบบของการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดวิชาความรู้ไปยังผู้เรียน

เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษามีหลายประเภท ผู้สอนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน ซึ่งต้องคานึงถึงตัวผู้เรียน สภาพแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อผลของการใช้สื่อจะทาให้การเรียนการสอนประสบผลสาเร็จ นอกจากนี้ผู้สอนต้องมีการวางแผนการใช้สื่อให้เหมาะสมกับเนื้อหารายวิชา สามารถจัดการสื่อให้เป็นสื่อหลัก สื่อเสริม หรือสื่อการสอนทางไกล ได้เหมาะสมกับเนื้อหาและกระบวนการของรายวิชา

ความหมายของ e-learning
คำว่า e-learning ย่อมาจาก electronic learning เป็นการนำคำสองคาที่มีความหมายถึงสิ่งอิเล็กทรอนิกส์ กับการเรียน การศึกษาตามลาดับ เมื่อรวมทั้งสองคาเข้าด้วยกัน จึงสามารถให้นิยามของคาว่า e-learning ว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นการนารูปแบบการทางานแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน โดยเป็นสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย e-learning สามารถนาไปใช้ทั้งในวงการศึกษาศาสตร์ ธุรกิจ สังคม บันเทิง และอื่น ๆ อีกมากมาย วัตถุประสงค์หลักของ e-learning จะทาหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน การเรียนรู้เนื้อหา ผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การนำ e-learning ไปใช้ในการเรียนการสอน
ปัจจุบัน e-learning ได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ทั้งในวงการศึกษาศาสตร์ ธุรกิจ สังคม บันเทิง และอื่น ๆ อีกมามายนั้น โดย e-learning จะมีความสามารถในการถ่ายทอดเนื้อหาแบบทุกที่ทุกเวลา ลดภาวะของการใช้เวลาในการเข้าศึกษา เรียนรู้พร้อม ๆ กันสาหรับผู้เรียนจานวนหลายคน ช่วยให้องค์กรสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการถ่ายทอดความรู้ไปสู้บุคลากรภายในองค์กร โดยจัดให้บุคลากรสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองแบบทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ e-learning สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ทันที ทาให้ผู้เรียนหรือผู้ใช้ได้เรียนแบบตื่นตัว ได้ผลตอบกลับอย่างทันที ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น

ความสามารถของ e-learning สามารถเปรียบได้ใน 3 บทบาท[4] คือ 1) ผู้ส่งเอกสาร สามารถทาหน้าที่เป็นผู้ส่งเนื้อหาสาระวิชาไปยังเป้าหมาย โดยไม่มีข้อจากัดในเรื่องระยะห่างของสถานที่และเวลา 2) ครู สามารถทาหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้เรียนซึ่งทางานโดยการดึงเนื้อหาสาระมาจากฐานข้อมูลเพื่อแสดงผลให้กับผู้เรียนตามคาสั่งของผู้เรียน สามารถตอบกลับผู้เรียนได้ทันที และ 3) วิธีการเรียนการสอน สามารถเป็นรูปแบบของการเรียนการสอนที่ยึดเทคโนโลยีเป็นหลักในการเรียนการสอน เป็นรูปแบบของการเรียนได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจอยู่ในรูปสื่อเสริม สื่อหลัก หรือสื่อการสอนทางไกล ซึ่งเป็นบทบาทในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น

การนำ e-learning ไปใช้ในการเรียนคณิตศาสตร์
การนำ e-learning มาใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่ผู้สอนน่าจะนาไปทดลองในห้องเรียน โดยการใช้ e-learning เป็นสื่อเสริมในการเรียนการสอนภายในห้องเรียน ให้นักเรียนสามารถไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้จาก e-learning โดยครูผู้สอนเป็นผู้นาสาระความรู้มาสร้างขึ้นใน e-learning เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ได้ศึกษาค้นคว้าได้ตลอดเวลา ครูสามารถเพิ่มสื่อเสริมจากภายนอกที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหารายวิชาเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วให้สามารถเรียนรู้เนื้อหาได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งประการนี้ครูไม่สามารถทาได้ในห้องเรียนเพราะการเรียนการสอนภายในห้องเรียนต้องคานึงถึงนักเรียนทั้งห้องให้สามารถเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันได้ การให้ผู้เรียนที่มีความแตกต่างได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากสื่อเสริมจึงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการจัดให้กับผู้เรียน นอกจากนี้คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างเป็นนามธรรม ต้องเรียนรู้โดยการศึกษาและฝึกฝนในการคิดตลอดเวลา ซึ่งในบางครั้งหากผู้เรียนเกิดอุปสรรคในการคิดหาคาตอบหรือการเรียนรู้ แล้วไม่สามารถดาเนินต่อไปได้ เพราะเนื้อหาทางคณิตศาสตร์จะต่อเนื่องกันไป หากใช้ e-learning เป็นสื่อเสริมให้ผู้เรียนได้เข้ามาปฏิสัมพันธ์ในเรื่องการเรียนการสอน โดยสามารถคุยกับผู้สอนได้ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกันหรือเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถจัดช่วงเวลาในการอภิปรายกลุ่มให้เข้ามาร่วมกันแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้และประสบการณ์การเรียนจากนักเรียนด้วยกันเอง และครูกับนักเรียน

จะเห็นได้ว่าความสามารถของ e-learning สามารถช่วยสนับสนุนการเรียนสอนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น อ้างอิงจากผลการวิจัยการนา e-learning ไปใช้ในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ ผลทาให้นักศึกษามีความพึงพอใจ[5] และมีการรู้สารสนเทศมายิ่งขึ้น[3] ดังนั้นหากครูสามารถนา e-learning เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ก็จะช่วยสร้างความตระหนักในการตั้งใจเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนเพิ่มมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนเพราะนักเรียนสามารถเรียนไปอย่างมีความสุข พร้อมทั้งมีการปฏิสัมพันธ์ได้อย่างทุกที่ทุกเวลาเสมือนการเรียนกับครูผู้สอนอยู่ตลอดเวลา โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างทั่วโลก โดยการนาทางของครูที่มีหน้าที่ค้นหาสื่อมาให้นักเรียนได้ศึกษาผ่านทาง e-learning สื่อที่นามาใช้อาจเป็นเว็บไซต์ วิดีโอ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วารสารวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นวัตกรรมการค้นคว้า เป็นต้น

บรรณานุกรม
1 ครรชิต มาลัยวงศ์, (2540), นวัตกรรมเทคโนโลยีในทศวรรษ 2000. ทัศนไอที, หน้า 157-213
2 ชัยยงศ์ พรหมวงศ์. (2537). เอกสารการสอนชุดวิชาเทคโนโลยีการสอน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
3 Jirí Kratochvíl. (2013). Evaluation of e-learning course, Information Literacy, for medical students. Electronic Library, The, Vol. 31 Iss: 1, pp.55 – 69
4 Li Chen, Huina Chen, Nan Wang. (2009). Distance education in China: the current state of e-learning, Campus-Wide Information Systems, Vol. 26 Iss: 2, pp.82 – 89
5 Sukanlaya Sawang, Cameron Newton, Kieren Jamieson. (2013). Increasing learners’ satisfaction/intention to adopt more e-learning. Education + Training, Vol. 55 Iss: 1, pp.83 – 105

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s